ดนตรีขับร้องประกอบพิธีกรรม (Ritual Music)
ดนตรีได้เริ่มมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์มานานแล้วมนุษย์เราทุกคนเกิดมาล้วนแล้วแต่มีความหวาดกลัวติดตัวมาทุกคนซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดดนตรีขึ้น กล่าวคือ การเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ฝนตก ฟ้าร้อง แผ่นดินไหว ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกชนชาติทุกภาษาเกิดความกลัว ความกังวลใจ โดยคิดไปว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดจากสิ่งที่มองไม่เห็น หรือมีความเชื่อว่าเป็นจากการกระทำของภูตผีปีศาจ ฉะนั้น การที่จะทำให้ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้หายไปก็สามารถทำได้โดยการบวงสรวง โดยการเต้นรำ การร้องเพลง เพื่อเป็นการอ้อนวอนต่อเทพเจ้า หรือเป็นการตอบแทนในความปรานีและอีกนัยหนึ่งก็เพื่อทำให้เกิดความสบายใจของมนุษย์เรา
จากจุดนี้เองได้มีนักปราชญ์ได้สันนิษฐานว่าเป็นต้นกำเนิดของดนตรีโดยมีการพัฒนาต่อมาจากบทร้องเพื่ออ้อนวอนต่อเทพเจ้าก็กลายมาเป็นเพลงที่เกี่ยวกับศาสนาในสมัยต่อมาซึ่งมีลักษณะทำนองเพลงสั้น ๆ ขับร้องซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ ครั้ง จากการขับร้องคนเดียวกลายมาเป็นการขับร้องที่มีต้นเสียงและมีลูกคู่ตาม จนเป็นการขับร้องหมู่ชายหญิงประสานเสียงที่มีลักษณะต่าง ๆกันออกไปตามสมัย
ดนตรีประกอบพิธีกรรมหรือเพลงศาสนาเป็นดนตรีที่สืบเนื่องมาจากความเชื่อถือในลัทธิในขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายตามที่มนุษย์เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ สมมติขึ้น และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ศาสนารุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาคริสต์
Yo!
Showing posts with label Ritual Music. Show all posts
Showing posts with label Ritual Music. Show all posts
Friday, July 4, 2008
ดนตรีประเภทขับร้อง (Vocal Music) #1
ดนตรีประเภทขับร้อง (Vocal Music)
ดั่งที่เราได้ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ธรรมชาติให้มนุษย์ติดตัวมาทุก ๆ คนคือ “เสียง” เสียงพูด เสียงตะโกน เสียงที่แสดงความดีใจ เสียใจ เสียงร้องเพลง ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่มีต้นกำเนิดมาจากแหล่งเดียวกันคือ “เส้นเสียง” (Vocal chord) เส้นเสียงของมนุษย์เรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย เช่น ในวัยเด็กชายประมาณ 15-16 ปี ในเด็กหญิงอาจจะเร็วกว่าเด็กชายประมาณ 14-15 ปี แต่ถึงอย่างไรก็ตามเส้นเสียงดังกล่าวนี้มนุษย์เราสามารถใช้ได้จนถึงสิ้นอายุขัยไปเลย
วิลเลียม เบิร์ด (William Byrd) คีตกวีชาวอังกฤษสมัยพระนางเอลิซาเบ็ธที่หนึ่ง ได้สดุดีเสียงขับร้องของมนุษย์ไว้ว่า “เสียงของเครื่องดนตรีชนิดใดที่จะอาจเอื้อมมาเทียบกับเสียงขับร้องของมนุษย์ได้นั้นไม่มี”
ดนตรีประเภทขับร้องมีหลายประเภดนตรีประเภทขับร้องมีหลายประเภทดังนี้
ดนตรีขับร้องประกอบพิธีกรรม (Ritual Music)
แชนท์ (Chants)
ออร์กานุ่ม (Organum)
โมเท็ต (Motet)
ออราทอริโอ (Oratorio)
แคนตาตา (Cantata)
แมส (Mass)
ดั่งที่เราได้ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ธรรมชาติให้มนุษย์ติดตัวมาทุก ๆ คนคือ “เสียง” เสียงพูด เสียงตะโกน เสียงที่แสดงความดีใจ เสียใจ เสียงร้องเพลง ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่มีต้นกำเนิดมาจากแหล่งเดียวกันคือ “เส้นเสียง” (Vocal chord) เส้นเสียงของมนุษย์เรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย เช่น ในวัยเด็กชายประมาณ 15-16 ปี ในเด็กหญิงอาจจะเร็วกว่าเด็กชายประมาณ 14-15 ปี แต่ถึงอย่างไรก็ตามเส้นเสียงดังกล่าวนี้มนุษย์เราสามารถใช้ได้จนถึงสิ้นอายุขัยไปเลย
วิลเลียม เบิร์ด (William Byrd) คีตกวีชาวอังกฤษสมัยพระนางเอลิซาเบ็ธที่หนึ่ง ได้สดุดีเสียงขับร้องของมนุษย์ไว้ว่า “เสียงของเครื่องดนตรีชนิดใดที่จะอาจเอื้อมมาเทียบกับเสียงขับร้องของมนุษย์ได้นั้นไม่มี”
ดนตรีประเภทขับร้องมีหลายประเภดนตรีประเภทขับร้องมีหลายประเภทดังนี้
ดนตรีขับร้องประกอบพิธีกรรม (Ritual Music)
แชนท์ (Chants)
ออร์กานุ่ม (Organum)
โมเท็ต (Motet)
ออราทอริโอ (Oratorio)
แคนตาตา (Cantata)
แมส (Mass)
Labels:
Cantata,
Chants,
Mass,
Motet,
Oratorio,
Organum,
Ritual Music,
Vocal Music,
ดนตรีประเภทขับร้อง
Subscribe to:
Posts (Atom)